เงินที่ออกทีละนิดคือเงินที่เราไม่เคยนับ ค่าน้ำดื่มเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด เพราะจ่ายทีละแพ็คทีละถัง ครั้งละไม่กี่สิบบาท จนไม่รู้สึกว่าเป็นค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่ง

ลองคิดตามกันดู

สมมติบ้าน 4 คน ดื่มน้ำคนละ 2 ลิตรต่อวัน ตามที่แนะนำกันทั่วไป

  • · วันละ 8 ลิตร
  • · เดือนละ 240 ลิตร
  • · ถ้าซื้อขวด 1.5 ลิตร = เดือนละ 160 ขวด

ราคาน้ำขวด 1.5 ลิตรที่พบทั่วไป

  • · ซื้อยกแพ็ค 6 ขวด ราว 55 บาท = ขวดละ 9.17 บาท
  • · ซื้อรายขวดร้านทั่วไป ราว 13 บาท
  • · ร้านสะดวกซื้อ ราว 14 บาท

คิดที่ราคาถูกที่สุดคือยกแพ็ค

  • · เดือนละ 1,467 บาท
  • · ปีละ 17,600 บาท

ถ้าซื้อรายขวดที่ 13 บาท จะเป็นเดือนละ 2,080 บาท ปีละกว่า 24,000 บาท

ถ้าใช้น้ำถังใหญ่

หลายบ้านใช้ถัง 18.9 ลิตรวางบนแท่นกด ซึ่งถูกกว่าขวดเล็กมาก

บ้าน 4 คน ดื่มวันละ 8 ลิตร = เดือนละราว 13 ถัง

  • · ถังละ 35 บาท ไปแลกเอง = เดือนละราว 450 บาท
  • · ถังละ 55 บาท ส่งถึงที่ = เดือนละราว 700 บาท

ถังใหญ่ถูกกว่าขวดเล็กชัดเจน ถ้าคุณใช้ถังอยู่แล้วและพอใจกับมัน เรื่องเงินอย่างเดียวอาจไม่ใช่เหตุผลที่ต้องเปลี่ยน

แต่ถังใหญ่มีต้นทุนที่ไม่อยู่ในบิล

ถัง 18.9 ลิตรเต็มหนักเกือบ 20 กิโลกรัม ต้องมีคนยกขึ้นคว่ำทุกครั้งที่หมด

บ้าน 4 คนที่ใช้ 13 ถังต่อเดือน = ยกของหนัก 20 กิโล เดือนละ 13 ครั้ง

บวกกับ

  • · ต้องคอยจำว่าน้ำใกล้หมด
  • · ต้องสั่งและรอรถส่ง
  • · ต้องมีมุมวางถังเต็มและถังเปล่าที่รอคืน

ถ้าที่บ้านมีแต่ผู้สูงอายุ การยกถังเกือบ 20 กิโลขึ้นคว่ำเหนือเอวเป็นความเสี่ยงจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

เทียบกับค่าเครื่องกรองน้ำ

เครื่องรุ่นค่างวดต่ำสุดคือ Switch เฉลี่ยตลอดสัญญา 7 ปีอยู่ที่ราว 381 บาทต่อเดือน

  • · เทียบกับน้ำขวดยกแพ็ค 1,467 บาท → ประหยัดกว่ามาก
  • · เทียบกับน้ำถังส่งถึงที่ 700 บาท → ยังประหยัดกว่า
  • · เทียบกับน้ำถังไปแลกเอง 450 บาท → ประหยัดเล็กน้อย

กรณีที่เครื่องกรองน้ำไม่คุ้ม

ผมต้องบอกตรง ๆ ว่ามีอยู่จริง

ถ้าบ้านคุณ

  • · อยู่กันคนสองคน
  • · ดื่มน้ำน้อย วันละลิตรกว่า ๆ
  • · ซื้อน้ำถังไปแลกเองที่ร้านถังละ 35 บาท

ค่าน้ำต่อเดือนของคุณอาจอยู่แค่หลักร้อยต้น ๆ ซึ่งอาจถูกกว่าค่างวดเครื่อง

กรณีแบบนี้ถ้าจะติดตั้ง เหตุผลควรเป็นเรื่องความสะดวกและการไม่ต้องยกถัง ไม่ใช่เรื่องประหยัดเงิน เพราะถ้าคาดหวังว่าจะประหยัดแล้วบิลไม่ลด คุณจะรู้สึกโดนหลอก

ลองคำนวณของบ้านคุณเอง

ผมทำเครื่องคำนวณไว้ในหน้าแรก ใส่จำนวนคน ปริมาณที่ดื่ม และราคาที่คุณจ่ายจริง แล้วมันจะเทียบกับค่างวดจริงของรุ่นที่เลือกตลอดสัญญา

ถ้าคำนวณแล้วไม่ประหยัด มันจะบอกว่าไม่ประหยัด พร้อมบอกว่าต้องดื่มวันละกี่ลิตรถึงจะเริ่มคุ้ม ผมตั้งใจทำแบบนั้น เพราะเครื่องคำนวณที่ออกมาคุ้มทุกกรณีคือเครื่องคำนวณที่เชื่อไม่ได้

ลองคำนวณดูเลย