ถ้าอยากรู้ว่าเปลี่ยนมาใช้เครื่องกรองน้ำแล้วประหยัดไหม เริ่มจากใบเสร็จค่าน้ำที่บ้านสักเดือนครับ ราคาต่อขวดหรือต่อถังของแต่ละบ้านต่างกัน จึงไม่ควรใช้ราคากลางตัวเดียวตัดสินทุกคน

หาต้นทุนต่อลิตร
ราคาที่จ่าย ÷ ปริมาณน้ำทั้งหมด = ต้นทุนต่อลิตร จากนั้นคูณลิตรที่ใช้ต่อเดือน และบวกค่าส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่จ่ายจริง
ตัวอย่างสมมติ น้ำหนึ่งแพ็กมี 6 ขวด ขวดละ 1.5 ลิตร รวม 9 ลิตร หากจ่าย 54 บาท จะเท่ากับ 6 บาทต่อลิตร ถ้าใช้ 120 ลิตรต่อเดือน ต้นทุนเฉพาะน้ำคือ 720 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาดหรือปริมาณที่แนะนำให้ดื่ม
น้ำถังต้องคิดค่าระบบเดิมให้ครบ
ใช้ราคาถังที่จ่ายจริง พร้อมค่าส่ง เงินมัดจำหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แยกเงินมัดจำที่อาจได้คืนออกจากค่าใช้จ่ายถาวร เรื่องเก็บถังและยกน้ำเป็นความสะดวกที่พิจารณาเพิ่มได้ ไม่จำเป็นต้องตีราคาเป็นเงินถ้าไม่มีข้อมูล
ฝั่งเครื่องกรองน้ำดูทั้งค่างวดและค่าใช้งาน
เปรียบเทียบค่างวดทุกช่วง ค่าน้ำ ค่าไฟของรุ่นที่ใช้ และรายการนอกแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง ถ้าดูแบบซื้อขาดต้องรวมค่าไส้กรองและบริการหลังแพ็กเกจด้วย
ค่าเฉลี่ยตลอดสัญญาอาจต่ำกว่าค่างวดปกติหลังโปร จึงใช้ค่าเฉลี่ยวิเคราะห์ยอดรวมได้ แต่เวลาตั้งงบรายเดือนให้เตรียมตามงวดที่จะเก็บจริง
ผลอาจออกมาต่างกันในแต่ละบ้าน
บ้านที่ใช้น้ำน้อยและซื้อน้ำต้นทุนต่ำอาจไม่ได้ประหยัดเมื่อเพิ่มค่างวด หากยังสนใจ ความสะดวกและฟังก์ชันอาจเป็นเหตุผลหลักแทนเรื่องเงิน
ลอง คำนวณด้วยข้อมูลบ้านคุณ แล้วอ่านรายการที่รวมกับสมมติฐานของผล หรือดู เช่ากับซื้อขาด เพื่อเทียบวิธีจ่ายต่อ








