แอร์เป็นหมวดที่สัญญายาวมีผลกับยอดรวมมากเป็นพิเศษ เพราะค่างวดสูงกว่าเครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศ
ตารางเทียบทั้งสามรุ่น
| รุ่น | ค่างวด 5 ปี | ค่างวด 7 ปี | รวม 5 ปี | รวม 7 ปี | 7 ปีจ่ายมากกว่า |
|---|---|---|---|---|---|
| บียอนด์ คูล 9000 | 729 บ. | 599 บ. | 40,990 บ. | 47,416 บ. | 6,426 บ. |
| บียอนด์ คูล 12000 | 829 บ. | 699 บ. | 46,490 บ. | 55,116 บ. | 8,626 บ. |
| บียอนด์ คูล 18000 | 979 บ. | 849 บ. | 54,740 บ. | 66,666 บ. | 11,926 บ. |
ทุกรุ่นลดค่างวดลง 130 บาทเท่ากันเมื่อเลือกสัญญา 7 ปี
แต่ช่องว่างของยอดรวมกว้างขึ้นตามราคาฐาน เพราะ 24 งวดที่เพิ่มมาคิดจากค่างวดที่สูงกว่า
เทียบกับเครื่องกรองน้ำแล้วเป็นยังไง
เครื่องกรองน้ำรุ่นที่ช่องว่างแคบที่สุดคือนีโอพลัส ต่างกันแค่ 871 บาท
แอร์ไม่มีรุ่นไหนที่ช่องว่างแคบขนาดนั้นเลย ต่ำสุดคือ 6,426 บาท
เหตุผลคือแอร์ไม่มีรุ่นที่ลดค่างวดเยอะเป็นพิเศษเมื่อเลือกสัญญายาว ทุกรุ่นลด 130 บาทเท่ากันหมด ต่างจากเครื่องกรองน้ำที่นีโอพลัสลดถึง 191 บาท
แล้วควรเลือกอันไหน
เลือก 5 ปี ถ้าค่างวดหลักเจ็ดร้อยถึงเก้าร้อยยังไหว จ่ายรวมน้อยกว่าหกพันถึงหมื่นสอง และจบเร็วกว่าสองปี
เลือก 7 ปี ถ้าต้องคุมค่างวดต่อเดือน โดยเฉพาะถ้าติดหลายห้องพร้อมกัน ค่างวดที่ต่างกัน 130 บาทต่อเครื่อง คูณสามห้องก็เกือบสี่ร้อยบาทต่อเดือน
เรื่องที่ควรคิดมากกว่าเรื่องเงิน
แอร์ต่างจากสินค้าอื่นตรงที่ติดตั้งแล้วย้ายยากมาก
เครื่องกรองน้ำหรือเครื่องฟอกอากาศ ถ้าย้ายบ้านก็ยกไปได้ แต่แอร์ต้องรื้อทั้งคอยล์ร้อนคอยล์เย็นและเดินท่อใหม่
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะอยู่บ้านหลังนี้เกินห้าปีไหม อย่าเลือกสัญญาเจ็ดปี ส่วนต่างหกพันถึงหมื่นสองที่ประหยัดได้ ไม่คุ้มกับความเสี่ยงเรื่องค่ายกเลิกสัญญา
ผมแจ้งค่ายกเลิกก่อนกำหนดของรุ่นที่คุณเลือกให้ทราบก่อนเซ็นเสมอ ถามได้เลยไม่ต้องเกรงใจ
เลือกขนาดให้ถูกก่อน แล้วค่อยเลือกสัญญา
ผมเห็นคนตัดสินใจกลับด้านบ่อย คือเลือกงบก่อนแล้วเลือกรุ่นตามงบ
แอร์ที่เล็กเกินห้องจะเดินเต็มกำลังตลอดเวลา ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นกินส่วนต่างที่ประหยัดจากค่างวดหมดในไม่กี่ปี
วัดห้องก่อนแล้วดูรุ่นที่ตรงช่วง ผมเขียนขนาดพื้นที่ที่บริษัทแนะนำไว้ครบในบทความแอร์โคเวย์ 9000 12000 18000 ห้องขนาดไหนใช้ตัวไหน
บอกขนาดห้องมาได้เลยครับ เดี๋ยวผมคิดยอดรวมให้ดูทั้งสองแบบแล้วคุณเลือกเอง




