เครื่องซักอบผ้าเป็นหมวดที่คนถามเรื่องความคุ้มมากที่สุด เพราะเป็นของที่ซื้อขาดกันเป็นปกติอยู่แล้ว

ตารางเทียบ

เช่าคิดสัญญา 7 ปี จ่ายด้วยบัตรเครดิต · ซื้อขาดคือแพ็กเกจรวมบริการ 1 ปี

รุ่นค่างวด 7 ปีเช่ารวมซื้อขาด บริการ 1 ปีซื้อขาด บริการ 3 ปีเช่าแพงกว่า
T106 ซัก 10 อบ 6599 บ.47,416 บ.31,490 บ.36,790 บ.15,926 บ.
T129 ซัก 12 อบ 9699 บ.55,116 บ.34,390 บ.39,390 บ.20,726 บ.

ถ้าเลือกสัญญา 5 ปีแทน ยอดรวมจะเป็น 40,990 บาทสำหรับ T106 และ 46,490 บาทสำหรับ T129 ซึ่งช่องว่างแคบลงแต่ยังแพงกว่าซื้อขาดอยู่ดี

รอบบริการของหมวดนี้คือทุก 6 เดือน

จุดที่ต่างจากเครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งเข้าทุก 2 หรือ 4 เดือน

เครื่องซักอบผ้าเข้าทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เป็นตัวเลขที่ควรรู้เวลาคิดว่าค่าบริการที่จ่ายไปได้อะไรกลับมา

แพ็กเกจบริการ 3 ปีบอกอะไรเราได้

T106 แบบบริการ 1 ปีราคา 31,490 บาท ส่วนแบบบริการ 3 ปีราคา 36,790 บาท

ต่างกัน 5,300 บาท แลกกับบริการเพิ่มอีกสองปี ตกปีละราว 2,650 บาท

ถ้าเอาตัวเลขนี้มาประมาณค่าบริการตลอดเจ็ดปี จะได้ราว 18,550 บาท ซึ่งมากกว่าช่องว่าง 15,926 บาทที่เห็นในตาราง

แปลว่าถ้าคุณตั้งใจจะให้ช่างเข้าดูแลตลอดเจ็ดปีอยู่แล้ว การเช่าอาจไม่ได้แพงกว่าอย่างที่ตัวเลขดิบบอก

ผมย้ำว่านี่คือการประมาณจากราคาแพ็กเกจ ไม่ใช่ราคาบริการรายปีที่บริษัทประกาศ ผมขอราคาจริงไว้แล้วและจะมาเติมให้เมื่อได้มา

เลือกซื้อขาด ถ้า

มีเงินก้อนและไม่กลัวค่าซ่อมหลังหมดประกัน เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเยอะ ค่าซ่อมนอกประกันไม่ถูก

ใช้ไม่หนักมาก บ้านสองคนซักสัปดาห์ละสองสามครั้ง ความเสี่ยงต่ำกว่าบ้านที่ซักทุกวัน

เลือกเช่า ถ้า

ใช้หนักและกลัวเครื่องพัง ค่าซ่อมอยู่ในค่างวดแล้ว

อยากได้เครื่องซักอบในตัวโดยไม่ต้องจ่ายสามหมื่น วันติดตั้งจ่าย 99 บาท

จัดคอมโบกับเครื่องอื่น ถ้าเอาหลายเครื่องพร้อมกันจะได้ส่วนลด ซึ่งทำให้ช่องว่างแคบลงอีก

เรื่องที่สำคัญกว่าราคา

เครื่องซักอบผ้าในตัวเดียวกันต้องมีท่อน้ำเข้า ท่อน้ำทิ้ง และปลั๊กในจุดเดียวกัน และต้องมีที่ระบายความชื้นตอนอบ

บ้านที่ไม่มีจุดต่อครบ ค่าเดินท่อเพิ่มอาจสูงกว่าส่วนต่างที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้

ผมเทียบสองรุ่นเรื่องความจุและฟังก์ชันไว้ในบทความ T106 กับ T129 เลือกตัวไหน อ่านอันนั้นก่อนแล้วค่อยมาคิดเรื่องเงินจะง่ายกว่าครับ